![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() คะแนนรีวิวเป็นความเห็นส่วนตัวของผม limp2551 นะครับ (คะแนนสูงสุด 5 คะแนน) วิกฤตยอดขาย 3ds ปี 2011 (Q1 Q3 2011) ถูกคลี่คลายลงเอยด้วยดี สาเหตุมาจากความพยายามของ Nintendo ทั้งการขนเกมใหม่ห้าดาวมาลงในช่วงปลายปี (Q4 2011) การเพิ่มจำนวนเกมให้เลือกซื้อในช่วง 6 เดือนภายหลังจากนั้น (Q1 Q2 2012) การเริ่มต้นลดราคาเครื่องในวันที่ 12 สิงหาคม 2011 (จาก $249 เหลือ $169) และอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญก็คือ การประกาศว่าจะมี Monster Hunter 4 มาลง (ข่าวเซอร์ไพรซ์จาก Nintendo 3DS Conference 2011) พร้อมกับส่งภาค Monster Hunter 3 มาให้เล่นกันไปพลางๆก่อน (1 สิงหาคม 2011) เพียงเท่านี้ตลาด 3ds ในญี่ปุ่นก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง Monster Hunter 3 (3ds) ที่พูดกันอยู่นี้ ชื่อในเวอร์ชั่นญี่ปุ่นคือ Monster Hunter Tri G ส่วนเวอร์ชั่นอเมริกาคือ Monster Hunter 3 Ultimate (19 มีนาคม 2013) ตัวเกมรีเมคมาจาก Monster Hunter Tri ปี 2009 (wii) ถ้าถามว่ามันเป็นเกมที่สนุกไหม คำตอบก็อย่างที่ทุกคนเห็นกัน นั่นคือเกมนี้สร้างปรากฏการณ์ในญี่ปุ่น และนิตยสารเกม Famitsu ให้คะแนนเต็ม 40/40 ในด้านยอดขายเฉพาะเวอร์ชั่น wii ก็ขายได้มากถึง 1.9 ล้านแผ่น Monster Hunter 3 (3ds) เป็นเกมแรกที่ใช้อุปกรณ์เสริม Circle Pad Pro เพื่อช่วยในการบังคับ การเล่นเกมนี้ให้ได้อรรถรสที่สุดจำเป็นที่จะต้องซื้อมันมาเพิ่ม ถ้าถามว่าเกมเพลย์แนวมอนฮัน (Action RPG) มันสนุกตรงไหน? คำตอบก็คือความลึกของระบบ รายละเอียดในการพัฒนาตัวละครที่อิสระ รูปแบบภารกิจที่มีให้เลือกมากมาย ชนิดของมอนสเตอร์ระดับบอสที่น่าจดจำ และระบบการร่วมมือกันที่ท้าทาย (co-op) หลังจากศึกษาระบบการเล่นเบื้องต้นเป็นที่เข้าใจ (ผ่านช่วง Tutorial) มือใหม่ทุกคนก็สามารถกลับกลายเป็นนักล่ามือโปร ใช้เวลาในการเล่นเกินกว่า 100 ชม. ได้อย่างสบาย (อย่างไรก็ตาม หากคนใดที่ไม่เข้าใจระบบของมัน การเล่นเกมนี้ก็จะไม่สนุกและสุดท้ายก็จะเลิกเล่นไปเลย) แม้ตัวเกมจะมีความสนุกอยู่มากมายจนเกมเมอร์ในไทยก็ติดกันงอมแงมไม่แพ้ชาวญี่ปุ่น แต่มันก็มีข้อเสียเพราะว่าเวอร์ชั่น 3ds มีการโหลดแม็พที่ช้า , การเซฟข้อมูลแต่ละครั้งใช้เวลานาน , ตัวอักษรในเกมใช้ฟร้อนที่อ่านยากเมื่อมองจากจอ 3ds ตัวเกมมีความไม่สมจริงในกราฟฟิคหลายจุดที่เกมยุคนี้ไม่ค่อยเจอกันแล้ว (ต้นฉบับเดิม ปี 2009) เช่น วัตถุในเกมทับซ้อนกันบ่อยครั้ง , ฉากบางฉากมองดูยากว่ามันไปต่อได้หรือทางตัน (เช่นฉากว่ายน้ำบางจุด) , มอนสเตอร์ที่ถูกล่าพอมันตายสักพักก็จะหายไปเลย , รวมถึงรายละเอียดของแม็พแต่ละส่วนที่ไม่กว้างใหญ่เท่าเกมยุคนี้ (จึงต้องแบ่งแผนที่เป็นส่วนย่อยๆ) , เงื่อนไขบางเควสต้องรอจังหวะพอสมควร (เช่นบังคับให้วางกับดักล่ามอนสเตอร์แต่กับดักมักจะดักเหยื่อไม่ได้ดังใจ) , มีระบบ AI ที่ช่วยล่าแต่บางครั้งคอมก็ตัดสินใจไม่ดี ยังขาดๆเกินๆทำให้ในช่วงวิกฤตบางครั้ง AI ก็กลายเป็นตัวถ่วง , ไหนจะเรื่องที่ไม่สามารถออนไลน์ได้ ทำให้ต้องนัดมีทติ้งกันเพื่อออกไปล่ามอนสเตอร์ (ถ้ามี wii u สามารถใช้งานโหมดออนไลน์ได้ ใช้เซฟร่วมกันได้) แต่ถึงแม้จะเจอจุดบกพร่องไม่ได้ดังใจ ผมก็ต้องสารภาพกันตามตรงว่า สุดท้ายผมก็มองข้ามไป ให้อภัยกันไป เพราะด้วยความสนุกของเกม Monster Hunter 3 นั่นเอง (ส่วนหนึ่งก็เพราะการเล่น co-op กับเพื่อนได้ด้วย) อาจจะเพราะเกมเมอร์ก็คงคิดคล้ายๆกันกับผม ทางค่าย capcom จึงสามารถนำมันมาขายซ้ำใหม่ได้อีกหลายรอบ (wii , 3ds , wii u) นับว่าเป็นอีกเกมที่ลงทุนสร้างได้คุ้มค่ามาก เพราะขายมาตั้งแต่ปี 2009 ปัจจุบัน (2013) สรุป ผมให้คะแนน Monster Hunter 3 ได้เต็ม 5 คะแนนครับ !! ![]() เมื่อ Monster Hunter 3 และ Monster Hunter 4 กลายเป็นเกมเอ็กซ์คลูซีฟที่มีผลให้เครื่อง 3ds เป็นที่สนใจของเกมเมอร์ คู่แข่งโดยตรงของเครื่องอย่าง PS Vita ก็จำเป็นต้อง สร้าง เกมเพลย์แบบเดียวกันขึ้นมา ปัจจุบันเท่าที่ผมนับดูเฉพาะเกมที่น่าสนใจและคล้าย Monster Hunter ถ้าเลือกมาเปรียบเทียบสัก 5 เกมก็คือ Lord of Apocalypse , Ragnarok Odyssey , Soul Sacrifice , Valhalla Knights 3 และ Toukiden ถ้าคุณเลือกเกมพวกนี้ด้วยความเข้าใจว่ามันจะคล้าย Monster Hunter มาดูกันนะครับว่าคุณเข้าใจมันถูกต้องจริงหรือ? Lord of Apocalypse เกมล็อตแรกที่ออกมาขายพร้อมเครื่อง PS vita (17 ธันวาคม 2012) ตัวเกมเหมือนเวอร์ชั่น PSP จำหน่ายราคาเท่ากันคือ 5980 เยน แต่ว่าไม่สามารถครอสเซฟหรือเล่นร่วมกันได้ จุดเด่นของเกมคือสามารถอัญเชิญบอสมาเป็นพวกได้ (Card) ลักษณะคล้ายมนต์อสูรตามสไตล์ค่าย Square Enix เพราะงั้นชื่อมนต์อย่าง Siegfried หรือ Bahamut ก็คงคุ้นหูเกมเมอร์ที่เคยเล่นเกมค่ายนี้อย่าง Final Fantasy (แต่เกมเพลย์ไม่ใช่ FF นะครับ) มีการยิงเวทย์ทั่วไปได้ มีเลเวลของอาวุธ จุดที่คล้าย Monster Hunter ก็คือระบบ co-op เล่นรวมกันสูงสุด 4 คน มีการค้นหาไอเทมเพื่อนำวัตถุดิบมาตีเกราะสร้างอาวุธ มีภารกิจแบ่งเป็นเควสให้เลือกทำ สร้างลักษณะตัวละครของตนเองได้ เพราะงั้นเงื่อนไขการทำเกมให้เหมือน Monster Hunter พวกนี้ผมขอไม่กล่าวถึงในเกมที่เหลืออีก 4 เกมนะครับ ในเกมจะมีบทเนื้อเรื่องหลักให้เล่น 10 บท ตัวเกมไม่มีเควสและ DLC ให้โหลดเพิ่ม สำหรับข้อเสียของเกมที่ชัดเจนที่สุดก็คือ Square Enix ทำเกมเพื่อมาขาย PSP โดยเฉพาะ และทันทีที่ PS Vita ออกมาก็พอร์ตมาลงทันที ผลก็คือกราฟฟิคในเกมที่ควรจะสร้างชื่อให้ PS Vita ว่าเป็น PS3 แบบพกพา จึงเป็นไปไม่ได้กับเกมนี้ สรุป เล่นสนุกตามสไตล์เกมเพลย์แนวนี้ แต่ไม่ได้ใช้ความสามารถของเครื่อง PS Vita สักเท่าไหร่ เอาไป 2 คะแนนครับ !! Ragnarok Odyssey แม้จะเป็นเกมจากค่ายที่ไม่คุ้นหูคนไทยอย่าง GungHo แต่สำหรับสาวก รักนรก (Ragnarok) บน PC แล้ว แค่เห็นชื่อก็ต้องลองเล่นกันล่ะ ส่วนเกมเพลย์จะเหมือน PC หรือเปล่านั่นก็เป็นเรื่องรองลงไป (คำตอบคือ ไม่เหมือน PC นะครับ) ตัวเกมวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2012 สำหรับในตลาดเกมเมืองไทยต้องบอกว่าเกมนี้เป็นหัวหอกสำคัญสำหรับการเลือกซื้อเครื่อง PS Vita เลยทีเดียว ตัวเกมเพลย์มีความใกล้เคียง Monster Hunter มากๆ (ในช่วงเวลานั้น) ตัวเกมสามารถเล่นออนไลน์ได้ ไม่ต้องใช้โค้ดออนไลน์ รวมถึงมี DLC แจกฟรีให้โหลดเพิ่มมากมาย (และเป็นแนวทางให้เกมภายหลังใน PS Vita ต้องทำระบบนี้กัน) สองจุดนี้ทำให้มันเหนือกว่า Lord of Apocalypse อย่างไรก็ตามถ้าพูดถึงความหลากหลายในการเล่นเควสก็ต้องบอกตามตรงว่าเป็นรอง Monster Hunter อยู่พอสมควร แม้จะมีกลิ่นไอของ Ragnarok ตลบอบอวลไปทั้งเกม แต่เพราะมันไม่ใช่ MMORPG แบบ PC ทำให้การพูดคุยทำความรู้จักกับเพื่อนมากมาย ทำไม่ได้ในเกมนี้ อีกทั้งเวลาที่เล่นก็เทียบกันไม่ได้เลย (ผมเชื่อว่าหลายคนเคยเล่นเวอร์ชั่น PC กันข้ามเดือนข้ามปี) สำหรับคนที่สนใจเกมนี้ ผมแนะนำให้รอ Ragnarok Odyssey Ace ดีกว่าครับ สรุป เป็นอีกเกมที่คุ้ม เล่นสนุกกับเพื่อนได้นาน ในช่วงที่ PS Vita ล้มลุกคลุกคลาน เอาไป 3 คะแนนครับ !! Soul Sacrifice เกมจาก Sony เพื่อนำมาฉุดยอดขาย PS Vita ในปี 2013 (วางจำหน่าย 7 มีนาคม 2013) ในส่วนของผู้ดูแลเกมนี้ก็เป็นคนที่เกมเมอร์คุ้นเคยกันดีนั่นคือ Keiji Inafune บิดาแห่งร็อคแมนนั่นเอง รูปแบบเกมเปลี่ยนจากแนว Monster Hunter ไปในทิศทางที่กระชับขึ้น ตัวเกมไม่มีระบบแผนที่ให้เดินในเมือง ไม่มีการตีเกราะสร้างอาวุธ เลือกเควสแล้วก็ลุยกันไปเลย ระบบเกมหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะเวทย์มนต์ให้ตัวละคร ระบบผสมเวทย์มีให้เลือกมากมาย จุดเด่นที่สุดที่เป็นเอกลักษณ์ของเกมนี้ก็คือการสังเวย (Sacrifice) เพราะทันทีที่พลาดท่าเสียชีวิตระหว่างกรต่อสู้ ผู้เล่นก็ยังสามารถ เลือกกระทำ บางสิ่งเพื่อช่วยเหลือทีมได้ โดยเฉพาะไอเดียการพลีชีพเพื่อเพื่อนและโลกหลังความตายน่าจะเป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่างจากแนว Monster Hunter ไปเลย ระหว่างเล่นสามารถเลือกพัฒนาตัวละครไปได้ทั้งสายสว่างและสายมืด รูปร่างและพลังตัวละครก็ต่างกันไปตามสายที่เลือก อีกทั้งยังมี DLC เควสใหม่แจกฟรีอยู่เรื่อยๆ และมีเควสออนไลน์ให้ทำเพิ่มเติม เพียงเท่านี้ผมก็คิดว่ามันเป็นเกมที่สมบูรณ์แบบมากๆในสไตล์ของมัน ข้อเสียของเกมก็คงมาจากสไตล์ของมันนั้นล่ะ ทำให้คนที่อยากจะเล่น Monster Hunter แบบเข้าไส้ คงยากที่จะเปิดใจยอมรับบรรดานักเวทย์ในเกมได้ (ถ้าดูเฉพาะตัวตนของเกม ผมว่ามันเป็นเกมที่ดีมากนะครับ) เชื่อไหมครับว่าผมซื้อเกมนี้มา 2 แผ่น ตอนแรกซื้อซ้ำเพราะดันสั่งแบบดับเบิ้ลแพ็คไป (เกมเดียวกันขายควบ 2 แผ่น) ส่วนอีกครั้งอยากรู้ว่าเนื้อเรื่อง Eng มันเป็นยังไง เพราะงั้นผมก็เลยได้เล่นเกมนี้ซ้ำไปมาทั้งสองภาษา สรุป เป็นเกมที่เลือกเดินมาตามแนวทางของตน และพยายามฉีกตัวเองให้ต่างจาก Monster Hunter เอาไป 4 คะแนนครับ !! Valhalla Knights 3 สำหรับคนไทยทั่วไปที่อ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก เกมนี้ออกจะน่าเบื่อไปเลย เพราะช่วงต้นของเกมมีการพูดคุยกันเยอะมาก แถมไม่มีเสียงพากย์ต้องอ่านเอาเอง (คนที่อ่านไม่ออกก็กดปุ่มรัวๆกันเพลิน) อีกทั้งปัญหาการโหลดเข้าแม็พในแต่ละฉากที่โหลดบ่อยมากและต้องรอนาน ทำให้ทันทีที่เริ่มเล่นก็รู้สึกติดลบเมื่อเทียบกับเกมอื่นแนว Monster Hunter ทีนี้พอมันตัดฉากเข้าสู่การล่า ระบบเกมดันทำเป็นแนว RPG ล้อมกรอบให้สู้ในบริเวณแคบๆ การเงื่ออาวุธแต่ละครั้งก็ไม่ทันใจแม้จะบังคับการต่อสู้ได้เหมือนเกม action จุดที่พอจะมอมเมาคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวให้เผลอซื้อมันมาก็คงเป็นระบบจีบสาวในเกมที่แต่งชุดนุ่งน้อยห่มน้อย แต่โมเดลตัวละครก็เทียบกับเกมจีบสาวโดยตรงไม่ได้ ที่สำคัญที่สุดก็คือมันดันไม่สามารถออนไลน์ co-op กับเพื่อนๆได้ ผมไม่แน่ใจว่าผู้ผลิตตั้งใจทำลง PSP เหมือน 2 ภาคที่ผ่านมาหรือเปล่า เพราะดูแล้วระบบเกมและกราฟฟิคมันล้าหลังเกมอื่นๆอยู่พอสมควรเลยทีเดียว จุดที่พอจะปลอบโยนคนที่ซื้อมันมาก็คือ DLC ที่แจกให้ฟรีหลายอัน แต่ก็เท่านั้นล่ะครับ ถ้าคุณทนกับประสบการณ์พวกนี้ไม่ได้ก็คงเลิกเล่นไปนานแล้ว อย่างไรก็ตามหลังจากที่ผมพยายาม ทนเล่น มันต่อไป ก็พบว่าตัวเกมมีดีกว่าที่คิด (เพราะทีแรกผมตีความว่ามันกากไปแล้ว) เนื่องจากระบบการเล่นที่ยาก ท้าทายมาก แถมยัง co-op กับเพื่อนได้มากมายถึง 7 คน (ผมยังไม่เคยลองได้ครบ 7 เลยนะครับ หาคนเล่นเกมนี้ยากจริงๆ) จุดนี้ทำให้ผมกับเพื่อนทนเล่นกันไปจนสุดท้ายก็โดนแนวเกมเพลย์ของมันครอบงำ ก็ถือว่าพอเล่นได้ครับ มีอาชีพมากมายให้เลือก 20 อาชีพ แถมฉากสร้างตัวละครผมเล่นเป็นผู้หญิง มันเลือกปรับ ขนาดนม ได้ด้วย ตัวเกมเพลย์สามารถคุยกับสาวในเมืองเพื่อเล่นโหมดจีบสาวและเล่น sexy time ได้ด้วย สรุป ระบบล้าสมัยทั้งทีเกมเพิ่งจะออกมา (23 พฤษภาคม 2013) เหมือนก้าวถอยหลังเมื่อเทียบกับ Monster Hunter เอาไป 2 คะแนนครับ !! Toukiden เกมแนว Monster Hunter เกมล่าสุดที่ PS Vita ส่งเข้าประกวด วางจำหน่าย 27 มิถุนายน 2013 ตัวเกมเน้นเรื่องระบบ co-op เป็นพิเศษ ระบบออนไลน์ไม่ต้องใช้โค้ด เดโม่ที่เปิดให้ทดลองเล่นก็เป็นเกมตัวเต็ม ออนไลน์เดโม่ก็ได้ (เล่นได้ 2 ฉาก) ถ้าชอบก็ซื้อแผ่นเกมแล้วเอาเซฟมาเล่นต่อได้เลย เล่น co-op ครอสระหว่าง PS Vita กับ PSP ได้ บรรยากาศการเล่นเกมต้องบอกเลยว่าไม่เหงาแม้จะเล่นคนเดียว เพราะระบบเกมมี AI มาร่วมต่อสู้ด้วยในหลายๆเควส เรื่องราวของเกมเป็นแบบญี่ปุ่นโบราณ สไตล์นิทานปรัมปราขุนศึกปราบยักษ์ สามารถรวบรวมวิญญาณบุคคลชื่อดังในยุคมาช่วยพัฒนาทักษะตัวละครได้ (mitama) คัทซีนในเควสพบบ่อยกว่า Monster Hunter บางครั้งก็ทำออกมาเป็นมุมมอง FPS ดูแล้วก็เหมือนตัวละครอื่นๆกำลังพูดคุยกับผู้เล่นอยู่ เรื่องของฉากและแผนที่ที่เรียกได้ว่าตั้งใจทำให้คล้าย Monster Hunter มากๆ จุดเด่นอีกจุดก็คือมอนสเตอร์ที่ถูกฆ่าจะมีชิ้นส่วนให้เก็บ ยิ่งถ้าเป็นพวกบอสด้วยแล้ว ชิ้นส่วนที่หลุดออกจากร่างมีผลกับการเคลื่อนไหวของมันด้วย ถ้าถามผมว่าสนุกไหม? ก็ต้องตอบไปตามตรงว่า โดยรวมมันเป็นเกมคุณภาพครับ ทีแรกผมกะจะไม่ซื้อเพราะมีหลายเกมที่เล่นอยู่ แถมแนวเกมแบบ Monster Hunter มันซ้ำกับเกมอื่นใน PS Vita (ผมลองเดโม่เกมนี้แล้วเฉยๆ) แต่ร้านเกมที่ใช้งานประจำก็จัดมาให้ซื้อ ก็เลยได้มันมาตั้งแต่วันแรก มองอีกมุมหนึ่งหากผมไม่เอามันไปเปรียบกับ Monster Hunter แต่เลือกที่จะสนุกไปกับเกมเพลย์ที่ผู้สร้างบรรจงสร้างมันขึ้นมา รายละเอียดมอนสเตอร์ที่ดูสวยงาม เกมเพลย์ที่เล่นได้นาน ออนไลน์ลื่น เล่นคนเดียวก็ไม่เหงา เซฟเกม,โหลดแม็พก็เร็วดี มันก็สนุกดีนะเกมนี้ (ต้องบอกกันก่อนว่าขณะรีวิว DLC เกมนี้ยังไม่มี แต่ผมเชื่อว่าจะมีออกมาแจกฟรีให้เล่นกันเพิ่มแน่นอน) ใครที่ลังเลเกมนี้ผมแนะนำให้ทดลองเล่นเดโม่ก่อนครับ ระบบเดโม่คล้ายเกมพวก Free-to-play เล่นได้เหมือนเกมฉบับเต็มในส่วนช่วงต้นของเกม หากลองแล้วชอบก็ซื้อเกมเต็มมาเล่นต่อได้เลย สรุป นำ Monster Hunter มาตีความใหม่แล้วสร้างแนวเกมที่คล้ายกันขึ้นมา ลงตัวกับระบบ co-op มากๆ เอาไป 4 คะแนนครับ !! รีวิวโดย limp2551 หมายเหตุ อธิบายเรื่องการให้คะแนนสักนิดนะครับ โดยส่วนตัวผมรู้สึกว่าการให้คะแนนเต็ม 10 มันทำให้ช่วงคะแนนระหว่าง 0 - 5 ไม่มีความหมาย เพราะมันคงบอกไม่ได้ว่าเกมห่วยๆ 3 คะแนน กับ 4 คะแนน มันต่างกันตรงไหน (ไม่เหมือนกับคะแนน 6 คะแนน กับ 7 คะแนนที่รู้สึกได้เลยว่าเกมหลังคุณภาพกว่า) เพราะงั้นผมจึงขอตัดคะแนนช่วงที่ต่ำกว่า 5 ออกไปนะครับ ถ้าให้เทียบเคียงการให้คะแนนก็คงประมาณนี้ 5 คะแนนของผม เทียบเท่า คะแนน 10/10 4 คะแนนของผม เทียบเท่า คะแนน 9/10 3 คะแนนของผม เทียบเท่า คะแนน 8/10 2 คะแนนของผม เทียบเท่า คะแนน 7/10 1 คะแนนของผม เทียบเท่า คะแนน 6/10 0 คะแนนของผม เทียบเท่า คะแนน 0 - 5 /10 |