![]() Dead or Alive เป็นอีกหนึ่งซีรีย์เกมยุคใหม่ (3D polygon) ที่อยู่คู่วงการเกมมานานกว่า 17 ปี ปรากฏตัวครั้งแรกบนตู้อาเขตเมื่อปี 1996 มีออกภาคหลักมาแล้ว 5 ภาค สำหรับเนื้อเรื่องในภาค Dead or Alive 5 เป็นเหตุการณ์สองปีต่อมาจาก Dead or Alive 4 (วางขายปี 2005) เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อทหารลาดตระเวนหน่วยหนึ่งได้ถูกซุมโจมตี หลังจากนั้นผู้เล่นจะได้ทราบความเป็นไปในแง่มุมต่างๆของตัวละครทั้งหมดภายในเกม เหตุใดต้องต่อสู้กัน สู้กันไปเพื่ออะไร โครงการเอปไซลอนกำลังทดลองสิ่งใด รวมถึงการแข่งขัน the fifth DOA tournament ที่กำลังจะเริ่มขึ้น ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในคัทซีนงามๆให้ดูราว 1 ชม.ครึ่งเลยทีเดียว (รวม 71 ฉาก) น่าเสียดายที่เฮียแว่นดำ (Tomonobu Itagaki) บิดาผู้ปลุกปั้น DOA และบรรดาสาวงามจนกลายเป็นอีกหนึ่งเกม 3D Fighting ที่มีคุณภาพต้องออกจากค่าย Tecmo Koei ไป (ปัจจุบันเฮียแว่นดำดูแลค่าย Valhalla Game Studios) เฮียแว่นขาว (Yosuke Hayashi) จึงต้องรับเผือกร้อนชิ้นนี้ ถ้ายังจำกันได้ผลงานเผือกร้อนอันโด่งดัง Ninja Gaiden 3 เฮียแว่นขาวก็โดนด่าไปเต็มๆ จนต้องออกเวอร์ชั่นปรับปรุงใหม่ Razor's Edge มาขายซ้ำอีกรอบ Dead or Alive 5 PLUS เป็นเกมแนว 3D Fighting มีตัวละครให้ใช้ 24 ตัว ตัวละครที่เพิ่มเข้ามาใหม่ไม่เคยมีในภาคก่อนๆ คือ Mila และ Rig แต่ว่าตัวละครจาก DOA4 เช่น Tengu , Shiden , Leon , Kasumi Alpha , Genra ไม่มีในภาคนี้ ระบบเกมพอร์ต DOA5 จากคอนโซลมาลงแฮนด์เฮลด์ได้อย่างสมบูรณ์แม้ว่าจะออกช้ากว่าคอนโซลนานถึง 6 เดือนก็ตาม สำหรับคนที่มี ps3 สามารถเล่น DOA5 ออนไลน์แบบ cross-platform กับ vita ได้ และหากซื้อ DLC เอาไว้ก็สามารถใช้ร่วมกันได้ (ใช้ไอดี psn เดียวกัน) อีกทั้งการออนไลน์ก็ไม่ต้องใช้โค้ดด้วย เฟรมเรทในเกมไหลลื่นมาก การต่อคอมโบรวดเร็วและคล่องตัว ระบบการต่อสู้ใช้ triangle system คล้าย DOA4 แต่มีการเพิ่มระบบ Power Blow เมื่อพลังชีวิตเหลือน้อยกว่า 50% ฉากในการต่อสู้มีส่วนของพื้นที่ต่างระดับกันสามารถนำจุดนี้มาช่วยโจมตีให้รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมได้ และเมื่อผู้เล่นสามารถผ่านเงื่อนไขในเกมได้ก็จะได้รับรางวัลเป็นชุดใหม่ แต่ว่าชุดที่เซอร์วิสผู้เล่นต้องซื้อ DLC ส่วน Mission List เอาไว้โชว์เวลาออนไลน์ก็มีให้ปลดล็อค 524 แบบ ถ้าพูดถึงโหมดในเกมก็มีให้เลือกมากมาย เช่น Story (โหมดเนื้อเรื่อง) , Fight (ต่อสู้กัน) , Training Plus (ฝึกท่า) , Touch Fight (มินิเกม เล่นพอขำขำ) , Online (ออนไลน์ไวไฟ) , Extras (ดูคลิป ดูภาพ) , Options (ปรับแต่งระบบ) , Background Music (ฟังเพลง) และ PlayStation Store (ซื้อ DLC) อย่างไรก็ตามผมคิดว่าโหมดเกมใน DOA5 ยังมีความหลากหลายน้อยเกินไปและเน้นการสู้กันเพียงอย่างเดียว เมื่อเทียบกับเกม 2D Fighting อย่าง Mortal Kombat (โหมด Tower และ Bonus Chalenger) ที่มีแง่มุมอื่นให้เล่นนอกเหนือจากเสพเนื้อเรื่องหรือสู้กันในเกมเพลย์หลัก แม้จะมีข้อดีมากมายแต่ว่าข้อเสียก็มีให้พบเห็นอยู่บ้าง เช่น ในฉากที่มีรายละเอียดสูงเช่น ฉาก Scramble อาจเกิดเฟรมเรทตกไปบ้าง , โหมด Touch Fight ที่แถมเข้ามายังไม่สามารถเล่นแบบจริงจังได้ ทำให้ภาพรวม DOA5 ยังไม่มีความหลากหลายนักเพราะเน้นการต่อสู้แบบ 3D Fighting แนว versus , ชุดตัวละครเน้นการขาย DLC มากกว่าการเล่นให้ผ่านเงื่อนไขเพื่อปลดล็อค , หากต้องการเล่นแบบ cross-platform ต้องเสียเงินซื้อสองรอบคือ ps3 และ vita (น่าจะ Cross-Buy ด้วยเลยนะ) และหากนำไปเทียบกับ Dead or Alive: Dimensions (3DS) ก็ต้องบอกว่ามันสมบูรณ์กว่ามาก ยกเว้นเพียงเรื่องเดียวก็คือไม่แจก DLC ให้ฟรีนี่ล่ะ อย่างไรก็ตามแม้จะ ไม่ได้ดังใจอยู่บ้าง แต่โดยรวม Dead or Alive 5 PLUS มันก็เป็นเกมที่ดีมากเกมหนึ่ง (ถ้าไม่เรียกร้องจนเกินไป) โดยส่วนตัวผมเองใช้ไอดีโซน jp แต่เมื่อเจอราคาเกมนี้โซน eu ที่ถูกกว่าโซน jp มากๆ ผมก็ไม่ลังเลที่จะซื้อมันมาแม้จะเสียสิทธิในการซื้อ DLC มาเพิ่มภายหลังก็ตาม สาเหตุก็เพราะระบบเกมเพลย์และสมดุลตัวละครที่เฮียแว่นดำ (Tomonobu Itagaki) วางรากฐานเอาไว้มันดีอยู่แล้วนั่นเอง สำหรับชุดพิเศษ Collector edition ราคา 9,240 เยน (แพงกว่าแผ่นที่ผมซื้ออีกราวๆ 2.5 เท่า) แม้จะแถม ชุด Paradise12 ชุด เพลง Soundtrack Volume 2 และโค้ดดาวน์โหลด Gravure Movie ชุดพิเศษ แต่เพราะผมเองไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ Dead or Alive เพราะงั้นเซอร์วิสพวกนี้คงหาดูทาง YouTube ก็พอแล้วล่ะครับ รีวิวโดย limp2551 |