![]() ![]() สำหรับคอวินนิ่ง(ปัจจุบันใช้ชื่อ PES)อย่างผม ที่เริ่มเล่นเกมฟุตบอลมาตั้งแต่ยุคเพอร์เฟคอีเลฟเว่น (sfc) โกลสตรอม (ps1) และวินนิ่งทุกภาคเท่าที่หามาเล่นได้ มันก็เลยเป็นความเคยชินทั้งรูปแบบการบังคับ และความฉลาดของคอมที่ถูกปรับปรุงใหม่ทุกภาค แต่พอเริ่มชินก็จะเล่นกับคอมด้วยความยากระดับสูงสุด เหมือนกับทุกท่านนั่นล่ะ ผมเริ่มเล่นฟีฟ่ามาตั้งแต่ ps1 แต่ไม่ประทับใจเท่าไหร่ ถึงแม้ฟีฟ่าจะมีดีที่ทีมเยอะ ตัวละครมาก และนักเตะใช้ชื่อจริงๆ แต่ด้วยรูปแบบการบังคับที่ไม่ชินกับเกมเพลย์ที่เป็นรองอีกค่าย ทำให้ซื้อมาลองแค่แป๊บๆแล้วก็ผ่านเลยไป จนกระทั่งเข้าสู่ฟีฟ่ายุคใหม่ ช่วงปีที่ผ่านมา ชื่อเสียงของฟีฟ่าเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆในต่างประเทศ และดูเหมือนว่าในคอนโซลรุ่นใหญ่ฟีฟ่าเค้าแซงอีกค่ายไปแล้ว ครั้งนี้ผมจะลองเปรียบเทียบฟีฟ่ากับวินนิ่งของ 3ds ดูนะครับ ว่ามันเหมือนหรือต่างกันอย่างไรบ้าง ? 1) ข้อมูลนักเตะและรายชื่ออัพเดต จุดนี้เกมตระกูลวินนิ่งเป็นรองฟีฟ่ามาตลอด แม้ระยะหลังจะได้ลิขสิทธิ์ทีมดังบางทีมมาบ้าง กับเพื่มโหมดแก้ไขรายชื่อนักเตะได้ แต่ก็สู้กับชื่อจริงข้อมูลจริงของทางฟีฟ่าไม่ได้ ชื่อทีมเชลซียังเป็น ลอนดอนเอฟซี เหมือนเดิมทุกภาค ยิ่งคราวนี้วินนิ่งออกมาก่อนด้วย (ออกพร้อมเครื่อง 3ds) รายชื่อนักเตะจึงไม่ได้อัพเดตช่วงย้ายกลางฤดูกาลที่ผ่านมา (ตอเรสยังไม่ย้ายมาเชลซี) แค่นี้ก็แพ้ฟีฟ่าแล้วครับ เอาแค่ชื่อเกมก็คนละฤดูกาลกันเลย (Fifa 2012 แต่ PES 2011) อีกทั้งฟีฟ่ายังมีระบบ Update Roster และ Update Kits เพื่ออัพเดตรายชื่อนักเตะและชุดแข่งให้สมจริงที่สุดผ่านทางไวไฟ เรื่องรายชื่อนักเตะอัพเดตฟีฟ่าจึงได้เปรียบวินนิ่งเอามากๆ แต่ว่า .. น่าเสียดายที่ผู้เกี่ยวข้องกับระบบอัพเดตมันไม่เอาใจใส่เท่าไหร่ (น่าเขกกะโหลกยิ่งนัก) ฤดูซื้อขายนักเตะปิดไปแล้วแต่นักเตะกลับอัพเดตแค่ช่วงกลางฤดูกาลที่แล้วเอง (ตอเรสย้ายมาเชลซี แต่ฟาเบรกาสยังอยู่อาร์เซนอล) เอาน่ะ .. ปัญหานี้น่าจะแก้ไขได้ถ้าทาง EA sport (ผู้ผลิต) อัพเดตฐานข้อมูลผ่านทางไวไฟอีกครั้ง 2) การบังคับที่แฟนเกมคุ้นเคย จุดนี้ฟีฟ่าเป็นรองวินนิ่งมาตลอด จึงใช้ท่าไม้ตายซะเลย นั่นคือสามารถ "ปรับปุ่มได้เหมือนวินนิ่ง" เพราะงั้นเมื่อผมลองเล่น Fifa 2012 ผมก็ปรับปุ่มเป็นแบบวินนิ่ง เท่านี้ก็เล่นได้ชินมือแล้วล่ะ ส่วนมุมกล้องก็เปลี่ยนเป็นมองด้านข้างเหมือนที่เล่นวินนิ่งกันบ่อยๆ มุมเดิมๆ เท่านี้ก็แก้ปัญหาได้แล้ว เพราะงั้นจุดเรื่องมุมกล้องและวิธีการบังคับจึงเสมอกันครับ แฟนเกมวินนิ่งสามารถเล่นได้สบายใจ มีจุดแตกต่างนิดหน่อยที่เวลาเพรซซิ่งกับแย่งบอล ฟีฟาสามารถกดปุ่มค้างให้คอมทำหน้าที่ทั้งสองแทนได้เลย แต่ผมว่ากดเองดีกว่านะ คอมมันไม่ค่อยฉลาด กว่าจะแย่งได้นาน สู้เสียบสไลด์ไปเลยง่ายกว่าเยอะ 3) เกมเพลย์และความฉลาดของคอม (เล่นคนเดียว) ไม่มีใครเถียงว่าวินนิ่งคือต้นตำหรับเกมฟุตบอลที่ได้รับความนิยมที่สุดในบ้านเมืองเรา เพราะงั้นการที่ต้องเปลี่ยนมาเสพฟีฟ่า ถ้าเกมเพลย์มันไม่คุ้น ความสนุกคงจางหายไปแน่ๆ Fifa 2012 ของ 3ds พยายามใส่ไอเดียการใช้หน้าจอทัชสกรีนเป็นทางเลือกให้ผู้เล่นสนุกกับการยิงประตู แต่ผมไม่ได้ลองใช้เลย รู้สึกมันงี่เง่าและทำลายความเป็นเกมฟุตบอลมากๆ โชคดีที่ผู้เล่นสามารถเลือกที่จะยิงแบบกดปุ่มยิงตามปกติ หรือใช้วิธีพิสดารแบบนี้ก็ได้ ตามแต่จะเลือกครับ ในส่วนของการแย่งบอล Fifa 2012 สามารถแย่งบอลด้วยการสไลด์ได้ง่ายมากๆ เรียกได้ว่าถ้ารู้จังหวะ เสียบไปเลยไม่มีทางฟาล์ว แถมคอมยังลงไปนอนกองด้วย (ห้ามใช้กับการเล่นจริงๆนะครับ อันตราย) ก็เลยรู้สึกว่าเกมง่ายไป แต่ว่าจังหวะหนึ่งต่อหนึ่ง ฟีฟ่าเลี้ยงหลบยากมากครับ เพราะด้วยสปีดเกมที่ช้ากว่าวินนิ่ง ทำให้ไม่สามารถกระชากหรือใช้ความเร็วเลี้ยงหลบไปได้ ตัวเกมเน้นการใช้อนาล็อคโยกหลบไปมา หรือกดปุ่มทำท่ายากๆโชว์ ดูไปก็เหมือนพวกนักเตะขี้เลี้ยง ล็อคบอลไปมาอยู่ได้ จุดนี้ถ้า Fifa 2012 แก้สปีดเกมให้เร็วขึ้นจะดีมากๆเลยครับ ส่วนการเช็คออฟไซด์ ผมเจอเต็มๆกับเวลาเค้าเตอร์แล้วถูกจับดักล้ำหน้า ทั้งๆที่บอลยังอยู่ในแดนตัวเองแท้ๆ จนผมแทบอยากจะลงไปคุยกับไลน์แมนว่า ออฟไซด์บ้านพ่องคุณหรือ บางทีคอมฝ่ายตรงข้ามก็โชว์เหวอทั้งๆที่จังหวะไม่มีอะไร ก็เตะมั่วซั่วจนเสียประตูง่ายๆก็มี ผมเจอโกล์เตะให้กองหลัง กองหลังตกใจโยนกลับมากลางประตู ดร็อกบาของผมยืนอยู่พอดี อยู่ๆก็ได้บอลหน้าประตูโล่งๆ โกลก็ไม่มีแล้ว ยิงสบายเลย บางทีก็เจอจังหวะท้ายเกมที่คอมชอบเรียกโกลขึ้นมา แล้วก็โดนผมยิงจากครึ่งสนามเข้าไปงายๆ เพราะโกลมันลงมาไม่ทัน ยิ่งลูกทุ่มนี่เจอบ่อยๆที่อยู่ๆฝ่ายตรงข้ามก็โยนบอลคืนมาให้ แปลกดีไหมล่ะ จุดดีคงเป็นการใช้ปุ่มโยนยาวที่ไม่ค่อยได้ใช้เวลาเล่นวินนิ่งเว้นแต่เปิดโหม่ง สามารถโยนบอลได้แม้จะไม่ได้ออกปีก จังหวะต่อบอลสวยๆทำได้บ่อยๆ ไม่เหมือนวินนิ่งที่เหมือนสงวนไว้ให้คอมคู่แข่งทำฝ่ายเดียว ส่วนท่าดีใจตอนได้ประตูก็มีดีที่สามารถเลือกท่าได้ แรกๆก็สนุกดี แต่ตอนหลังเหมือนมันจะซ้ำๆกันทุกตัวนักเตะนะ 4) เปิด 3D แล้วเฟรมเรตตกไหม ? ไม่ตกครับ เพราะไม่ได้เปิด !! ทั้ง PES 2011 และ Fifa 2012 ระบบสามมิติทะลุจออาจเปิดดูตอนไตเติ้ล ดูสนามแข่ง ดูนั่นดูนี่ไปเรื่อยๆ แต่พอถึงเวลาลงสนามเล่นจริง ผมเชื่อว่าทุกคนที่เป็นคอวินนิ่งล้วนปิดทิ้งครับ เพราะมันดูยากมาก ปวดตา เป็นระบบส่วนเกินสำหรับเกมฟุตบอลเลยครับ 5) โหมดการเล่นที่มีในเกม โหมดหลักๆโดยทั่วไปเหมือนกันแทบจะทุกๆเกมฟุตบอล ขอข้ามไปล่ะกันนะครับ มาดูที่พวกเกมอื่นๆไม่มีดีกว่า เท่าที่ลองเล่นดู ฟีฟ่ามี Tournament ให้แข่งขันเยอะกว่าวินนิ่งครับ เรียกได้ว่าจำนวนที่มีให้เลือกอัตรา 60 ต่อ 1 เลยอ่ะ คิดดูสิครับ (วินนิ่งมีแค่โหมดยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก) แต่ถึงจะมีจำนวนมากก็คงไม่ได้เล่นจนครบ หลักๆก็คงเล่นแค่ลีคบอลดังๆเท่านั้นล่ะครับ ฟีฟ่ามีโหมด Training มาให้ฝึกซ้อมซึ่ง PES 2011 ไม่มี (เวอร์ชั่น psp มีโหมดฝึกซ้อมและมีโหมดอื่นๆให้เลือกเยอะกว่า 3DS นะ) และฟีฟ่าแถมโหมด Street 5 On 5 มาให้เล่นด้วย แต่มุมมองการเล่นแนะนำให้ปรับมุมกล้องเป็นมองแนวตั้งดีกว่าครับ (ประตูอยู่บนล่างของจอ) 6) อื่นๆ PES 2011 เป็นปกสามมิติน่าสะสม ส่วน Fifa 2012 มีสติ๊กเกอร์เลเซอร์ลิขสิทธิ์ฟีฟ่าแปะที่กล่อง PES 2011 ให้คะแนนรีวิวใน eshop ได้ แต่ Fifa 2012 ทำไม่ได้ (น่าจะเป็นแค่เกมเดียวที่ให้คะแนนใน eshop ไม่ได้) PES 2011 เป็นเมนูให้กดเซฟ แต่ Fifa 2012 กดปุ่มก็เซฟได้เลย PES 2011 มีระบบสตรีทพาส แต่ Fifa 2012 ไม่มี PES 2011 ใช้อนาล็อคบังคับหรือดีแพดก็ได้ แต่ Fifa 2012 ใช้อนาล็อคบังคับเป็นหลัก PES 2011 นักเตะมีฟิต-ไม่ฟิต แต่ Fifa 2012 นักเตะฟิตตลอดเวลา PES 2011 และ Fifa 2012 ยังไม่สามารถออนไลน์แข่งกับเพื่อนผ่านไวไฟได้ สรุป Fifa 2012 เป็นเกมที่ดีกว่า PES 2011 ในแทบจะทุกๆด้าน แต่ด้านที่เป็นรองก็คือความเร็วและเกมเพลย์ที่วินนิ่งก็ยังคงเป็นวินนิ่งอยู่เช่นเดิม ผมมองว่าถ้าคุณต้องการเกมฟุตบอลที่ดี แนะนำให้เลือก Fifa 2012 แต่ถ้าคุณชอบเล่นวินนิ่งเป็นชีวิตจิตใจ แนะนำให้เล่น PES 2011 ครับ แต่ถ้ายังลังเลทั้งสองเกมอยู่อีก ผมแนะนำให้รอ PES 2012 ไปเลยครับ คงได้ฟาดแข้งเร็วๆนี้ล่ะครับ บทความโดย limp2551 |